Micro Influencer คืออะไร ต่างจาก Macro Influencer อย่างไร
Micro Influencer หรือ Macro Influencer แบบไหนเหมาะกับธุรกิจ เปรียบเทียบความแตกต่าง จุดเด่น ข้อดี และปัจจัยสำคัญในการเลือก Influencer ให้ตอบโจทย์เป้าหมายการตลาด

เพื่อให้ทุกคนที่มีความสนใจ อยากเรียนรู้ และสนุกไปกับโลกของดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง หรือการตลาดออนไลน์ เช่น SEO, Facebook Ads, Google Ads, WordPress, Data Driven, Content Marketing และอื่นๆ
Micro Influencer หรือ Macro Influencer แบบไหนเหมาะกับธุรกิจ เปรียบเทียบความแตกต่าง จุดเด่น ข้อดี และปัจจัยสำคัญในการเลือก Influencer ให้ตอบโจทย์เป้าหมายการตลาด


อะไรทำให้ Mastercard ไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์บัตรชำระเงิน แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของทุกประสบการณ์การเดินทาง
Read More
เจาะลึก Lemon8 แพลตฟอร์มมาแรงที่สายครีเอเตอร์และแบรนด์ไม่ควรพลาด พร้อมฟีเจอร์เด่น แนวทางการใช้งาน และโอกาสในการสร้างคอนเทนต์และการตลาดให้เติบโต
Read More
ในยุคที่ Influencer Marketing กลายเป็นกลยุทธ์สำคัญของหลายธุรกิจ การเลือก Influencer ให้สอดคล้องกับภาพลักษณ์แบรนด์และพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม
Read MoreInfluencer Marketing คือ การทำการตลาดรูปแบบหนึ่ง ที่ใช้คนดัง คนที่มีชื่อเสียง หรือแม้กระทั่งคนที่มีอิทธิพลบนโซเชียลมีเดีย มาช่วยโฆษณา หรือรีวิวสินค้า ซึ่งเป็นการสร้างแรงจูงใจที่ทำให้ผู้บริโภคอยากซื้อสินค้าชิ้นนั้น ๆ ตาม โดยทำการตลาดผ่าน Social Media Platform ไม่ว่าจะเป็น Facebook Instagram X (Twitter) และช่องทางอื่น ๆ ซึ่งในอดีต การทำการตลาดรูปแบบ Influencer ก็มักจะใช้กลุ่มดารา นักร้องที่มีชื่อเสียงเข้ามาช่วยโปรโมตสินค้า หรือบริการ แต่ในปัจจุบัน Influencer Marketing นั้นได้ขยายไปสู่กลุ่มบุคคลทั่วไปที่มีฐานผู้ติดตาม และสร้างคอนเทนต์ได้ เนื่องจากผู้บริโภคมองว่าพวกเขามีความจริงใจ ใช้สินค้าจริง ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือมากขึ้น
Influencer คือ บุคคลที่มีชื่อเสียง หรือมีอิทธิบน Social Media หน้าที่หลักก็คือการนำเสนอสินค้า หรือบริการ คล้ายการบอกต่อเพื่อช่วยโน้มน้าวให้กลุ่มเป้าหมายเชื่อ และคล้อยตามในสิ่งที่เรากำลังนำเสนอ ซึ่งในปัจจุบัน ก็มี Influencer เกิดขึ้นมากมาย หลากหลายวงการ อาทิ วงการแต่งหน้า วงการสุขภาพ วงการศิลปะ และอื่น ๆ ซึ่งอินฟลูเอนเซอร์เหล่านี้ จะต้องผลิตคอนเทนต์คุณภาพเพื่อเสิร์ฟให้กลุ่มผู้ติดตามอยู่เสมอ เรียกได้ว่าใคร ๆ ก็สามารถทำอาชีพอินฟลูเอนเซอร์ได้แล้ว ขอแค่มีช่องทาง Social Media และมีผู้ติดตามที่มากพอนั่นเอง
อินฟลูเอนเซอร์ และ KOL ดูเผิน ๆ อาจจะคล้ายกันในแง่ของการสร้างความน่าเชื่อถือ สร้างแรงจูงใจให้กลุ่มเป้าหมายคล้อยตาม เพื่อซื้อสินค้า หรือสมัครบริการตามที่นำเสนอ แต่ทั้งสองกลุ่มนี้ ก็มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน
Influencer คือบุคคลที่มีชื่อเสียงบนโลกออนไลน์และมีผู้ติดตามจำนวนมาก โดยเนื้อหาที่นำเสนอจะเน้นความเป็นตัวเอง ถ่ายทอดไลฟ์สไตล์และประสบการณ์ส่วนตัว
KOL (Key Opinion Leader) แตกต่างจาก Influencer ตรงที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านใดด้านหนึ่ง โดยคอนเทนต์มักมีความลึกและให้ข้อมูลเชิงลึกมากกว่า ทำให้มีความน่าเชื่อถือสูง แต่จำนวนผู้ติดตามอาจน้อยกว่า Influencer เนื่องจากเนื้อหามีความเฉพาะทาง
Nano-Influencers : Nano-Influencers คืออินฟลูเอนเซอร์ที่มีจำนวนผู้ติดตามน้อยที่สุด เมื่อเทียบกับอินฟลูเอนเซอร์ประเภทอื่น ๆ โดยเริ่มต้นจาก 1,000-10,000 คน ถึงแม้ว่าจะเป็นกลุ่มที่มีคนติดตามน้อย แต่ก็มีผลดีกับแบรนด์ตรงที่สามารถจ้างพร้อมกันได้หลาย ๆ คน เพราะมีราคาถูก ทั้งยังมีโอกาสโน้มน้าวใจกลุ่มเป้าหมายได้มากกว่ารูปแบบอื่น เนื่องจากมีความเป็นธรรมชาติ ส่งผลให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่าย
Micro-Influencers : Micro-Influencers มีความใกล้เคียงกับกลุ่ม Nano-Influencers มาก แต่ต่างกันตรงที่กลุ่มนี้ต้องมีผู้ติดตามตั้งแต่ 10,000-50,000 คน และคอนเทนต์ที่ผลิตออกมาก็จะมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้นกว่านั่นเอง
Mid-Tier Influencers : Mid-Tier Influencers คืออินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตามตั้งแต่ 50,000 – 100,000 คน ถือเป็นกลุ่มที่มีค่าจ้างที่สูงขึ้นมาจากระดับก่อนหน้า แต่ก็เป็นที่ต้องการของแบรนด์ด้วยเช่นกัน เพราะสามารถสร้าง Brand Awareness ได้เป็นอย่างดี
Macro-Influencers : Macro-Influencers คืออินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตามตั้งแต่ 100,000-1,000,000 คน ส่วนใหญ่มักเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงระดับหนึ่ง ซึ่งข้อดีของกลุ่มคนเหล่านี้คือ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เป็นจำนวนมาก มีสไตล์ที่โดดเด่น ชัดเจนมากขึ้น
Mega-Influencers : Mega-Influencers คืออินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตามตั้งแต่ ตั้งแต่ 1,000,000 คนขึ้นไป อาจเรียกอีกชื่อว่า “Celebrity” โดยส่วนใหญ่มักเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลสูง เช่น ดารา นักแสดง และคนดังในแวดวงต่าง ๆ ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เป็นวงกว้างมากที่สุด (แบบไม่เฉพาะเจาะจง) ซึ่งก็มาพร้อมกับเรทราคาการจ้างที่สูงที่สุดเช่นกัน
Influencer Marketing ช่วยให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้น : การทำการตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์ช่วยให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว้างขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเลือกอินฟลูเอนเซอร์ที่มีฐานผู้ติดตามตรงกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย นอกจากนี้ คอนเทนต์ที่อินฟลูเอนเซอร์ผลิตขึ้นมายังสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในวงกว้างนั่นเอง
Influencer Marketing ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดี สร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ : เมื่ออินฟลูเอนเซอร์ที่มีชื่อเสียง และได้รับความไว้วางใจจากผู้ติดตามทำการรีวิวหรือแนะนำสินค้า แบรนด์จะได้รับความเชื่อมั่นจากผู้บริโภค เพราะผู้ติดตามมักมองว่าอินฟลูเอนเซอร์มีประสบการณ์จริง และใช้สินค้าจริง
Influencer Marketing ช่วยกระตุ้นยอดขาย : การทำการตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์ หรือ Influencer Marketing นั้น ไม่เพียงแค่สร้างการรับรู้ แต่ยังช่วยกระตุ้นให้เกิดการซื้อได้จริง โดยเฉพาะเมื่ออินฟลูเอนเซอร์สร้างคอนเทนต์ที่แสดงการใช้สินค้าจริง พร้อมแนะนำจุดเด่นหรือวิธีใช้ รวมถึงการใช้โปรโมชั่นต่าง ๆ เพื่อช่วยกระตุ้นความสนใจก็จะทำให้ผู้บริโภค ตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น